ปัญหาสุขภาพของสุนัขแต่ละสายพันธุ์

847 จำนวนผู้เข้าชม  |  News and Blog

ปัญหาสุขภาพของสุนัขแต่ละสายพันธุ์

เราทุกคนต่างมีสุนัขพันธุ์โปรดของตัวเอง แล้วรู้ไหมว่าสุนัขแต่ละพันธุ์นั้นมีปัญหาสุขภาพต่าง ๆ กันไป มาดูกันเลยค่ะ

1. ลาบราดอร์ (Labrador Retriever)

ลาบราดอร์จัดว่าเป็นสุนัขที่เหมาะสำหรับครอบครัวมาก เพราะว่าทั้งฉลาด ขี้เล่น และซื่อสัตย์ และถ้าได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะมีปัญหาด้านสุขภาพน้อยมาก แต่ถ้าขาดการออกกำลังกาย ก็อาจจะมีปัญหาน้ำหนักเกิน และเสี่ยงเป็นโรคข้อเพราะความอ้วน

ด้วยว่าการป้องกันนั้นอย่างไรก็ดีกว่าการรักษา ดังนั้นพาน้องหมาออกไปวิ่งเล่นบ้างนะคะ หรือไม่ก็ออกกำลังด้วยการว่ายน้ำก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

2. เยอรมันเชพเพิร์ด (German Shepherd)

สุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดนี้ จัดว่าฉลาดมาก ๆ แถมฝึกง่ายอีกต่างหาก เลยถูกใช้ทำงานเป็นสุนัขรักษาความปลอดภัยกันเยอะเลย แต่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมว่าจะเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำให้น้องเดินหรือลุกนั่งไม่สะดวก

วิธีการรักษาก็มีทั้งการกินยา การผ่าตัด และการทำกายภาพบำบัดให้น้องหมาค่ะ

3. บาสเซ็ต ฮาวด์ (Basset Hound)

เนื่องด้วยสุนัขพันธุ์บาสเซ็ต ฮาวด์มีหูใหญ่ที่ห้อยย้อยลงมา ทำให้มีปัญหาการติดเชื้อในช่องหู ได้ง่าย จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ได้อีกด้วยเช่นกัน (รักษาได้ด้วยการผ่าตัด หรือไม่ก็ทำกายภาพบำบัดสุนัข)

4. ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย (Yorkshire Terrier)

สุนัขพันธุ์ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย เป็นพันธุ์เล็กที่ได้รับความนิยมไม่น้อย แต่ว่ามักมีปัญหากับระบบย่อยอาหาร ทำให้ผู้เลี้ยงต้องดูแลเรื่องอาหารพอสมควร ในบางครั้งเรายังสามารถพบโรคหลอดลมตีบ นอกจากนั้นยังมีโอกาสเป็นโรคสะบ้าเคลื่อนอีกด้วย

5. ดัลเมเชี่ยน (Dalmatian)

โรคทางพันธุกรรมอย่างที่พบบ่อยในสุนัขพันธุ์ดัลเมเชี่ยนก็คือ อาการหูตึง นอกจากนั้นก็ยังมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหานิ่วในทางเดินปัสสาวะและไต

6. ค็อกเกอร์ สแปเนียล (Cocker Spaniel)

ด้วยรูปร่างและเส้นขนของสุนัขพันธุ์ค็อกเกอร์ สแปเนียล ทำให้มันมักมีปัญหาการติดเชื้อที่หู ดังนั้นจึงควรอาบน้ำและทำความสะอาดหูของน้องหมาเป็นประจำ (เปิดหูให้อากาศถ่ายเทบ้างก็ดีนะคะ) นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องตาด้วย เช่น โรคต้อกระจก และโรคต้อหิน (อีกทั้งมีโอกาสมีปัญหากับหัวใจและตับอีกด้วย)

7. ปั๊ก (Pug)

ด้วยรูปหน้าที่พิเศษกว่าพันธุ์อื่น สุนัขพันธุ์ปั๊กมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับตา ซึ่งที่รุนแรงที่สุดคือการที่ตาโปนออกมานอกเบ้าตา หรือตาแห้งหรืออักเสบ รอยย่นบริเวณผิวหน้ายังอาจเกิดอาการอักเสบได้เช่นกัน และเจ้าปั๊กยังมีแนวโน้มจะน้ำหนักเกินด้วยนะคะ ดังนั้นจึงควรให้น้องหมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ (มาที่สระว่ายน้ำสุนัขของ PRS Center ได้นะคะ ^^)

8. ชิวาว่า (Chihuahua)

สุนัขพันธุ์เล็ก ๆ แบบนี้มักมีปัญหากับโรคสะบ้าเคลื่อน (แบบเดียวพบบ่อย ๆ ในพันธุ์ปอม ซึ่งสอบถามเรื่องการทำกายภาพบำบัดกับเราได้เลยค่ะ) โรคข้ออักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดอาการหลอดลมตีบได้อีกด้วย

9. ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky)

สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้มักมีอาการต่าง ๆ ของโรคภูมิต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง ซึ่งมักจะแสดงออกทางผิวหนัง เช่น การระคายเคือง หรือขนร่วง โดยเฉพาะบริเวณหน้า บางอาการเกิดขึ้นแถว ๆ ดวงตาทำให้เกิดต้อหินหรือต้อกระจกได้

10. บูลด็อก (Bulldog)

สุนัขพันธุ์บูลด็อกมักมีปัญหาที่พบบ่อย ๆ ในสุนัขที่มีหน้ายับย่น ซึ่งก็คือ ปัญหาในการหายใจ ด้วยรูจมูกที่เล็ก เพดานปากที่ยาว และหลอดลมที่แคบ ทำให้น้องหมาบูลด็อกมักนอนกรนอยู่เรื่อย ๆ และอาจกลายเป็นปัญหาหนักได้ถ้ามีอาการตื่นเต้นหรือเหน็ดเหนื่อยจนเกินไป ดังนั้นต้องคอยระวังเวลาอากาศร้อน ๆ และอย่าให้น้องหมาออกกำลังกายจนเกินกำลังนะคะ

11. บีเกิ้ล (Beagle)

โรคลมชัก เป็นความผิดปกติทางสมองที่เกิดขึ้นกับสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ โดยมักจะเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี

12. ชิสุ (Shih Tzu)

โรคสะบ้าเคลื่อน เป็นโรคยอดฮิตของสุนัขพันธุ์เล็ก และสุนัขพันธุ์ชิสุก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยกระดูกสะบ้าหัวเข่ามักจะเคลื่อนออกจากตำแหน่ง จนทำให้น้องหมาต้องเดินกระเผลก ๆ ในบางครั้ง แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเป็น ๆ หาย ๆ แต่ในเคสที่รุนแรง อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หรือทำกายภาพบำบัด หรือทั้งสองแบบ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นโรคข้ออักเสบแทน

13. ดัชชุนด์ (Dachshund)

ด้วยลำตัวที่ยาว สุนัขพันธุ์ดัชชุนด์จึงมีความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บที่หลัง หรือหมอนรองกระดูกสันหลัง การรักษาน้ำหนักตัวของน้องหมาในระดับที่พอดีจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด (เพื่อไม่ให้หลังรับภาระมากเกินไป) และระวังการเดินขึ้นลงบันไดหรือการกระโดดโลดเต้นที่มากเกินไปนะคะ

14. โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)

เคยเห็นเจ้าสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์นี้เลียตัวเป็นประจำไหมคะ นั่นเป็นเพราะเวลาสุนัขมีอาการภูมิแพ้ เขาจะรู้สึกคันที่ผิวหนัง ค่ะ ทำให้ต้องเลียตัวอยู่บ่อย ๆ รวมถึงการเกาและการงับตามผิวหนังและลำตัว ทำให้เกิดผื่นหรือตุ่มแดงได้ค่ะ และด้วยตัวที่ใหญ่ทำให้มีโอกาสเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมเช่นกันค่ะ

(จะลองมาทดสอบโรคภูมิแพ้ของสุนัขกับเราได้นะคะ) 

(หรือจะมาตรวจโรคผิวหนังสุนัขกับเราก็ได้เช่นกันค่ะ)

15. พุดเดิ้ล (Poodle)

สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลมักมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา อย่างเช่นต้อหินค่ะ ซึ่งเกิดจากการสะสมของของเหลวภายในดวงตา ทำให้เกิดความเจ็บปวดและอาจทำให้ตาบอดได้ในที่สุด

16. ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)

เป็นปกติของสุนัขตัวใหญ่อย่างร็อตไวเลอร์ที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับข้อ ทั้งโรคข้อสะโพกเสื่อม ข้อศอกผิดปกติ ข้ออักเสบ ไปจนถึงอาการแตกออกระหว่างกระดูกอ่อนผิวข้อกับกระดูกใต้กระดูกอ่อน (OCD) ซึ่งเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่เติบโตอย่างเร็วในตอนเด็ก จนทำให้ข้อต่อกระดูกเติบโตได้ไม่สมบูรณ์เต็มที่

เมื่อมีอาการของโรคข้อต่าง ๆ เหล่านี้ เราสามารถรักษาได้ด้วยผ่าตัดหรือทำกายภาพบำบัด ปรึกษาเราได้เลยนะคะ

17. มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ (Miniature Schnauzer)

เบาหวาน ไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนนะคะ แต่ยังเกิดกับสุนัขด้วย โดยเจ้าสุนัขพันธุ์มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์นี่มีความเสี่ยงสูงกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ เลยล่ะค่ะ ลองสังเกตอาการอย่างเช่น การดื่มน้ำเยอะมากเกินปกติ เป็นต้น หรือไม่ก็พาน้องไปตรวจสุขภาพได้เลยนะคะ

18. ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian)

สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนโรคผิวหนังดำ หรือ โรค black skin เป็นโรคประจำสายพันธุ์ของปอมเมอเรเนี่ยน ทำให้มีอาการขนร่วงบริเวณลำตัว ยกเว้น หัว เเละ ขาทั้ง 4 ข้าง ส่วนโรคทางกระดูกเเละข้อที่ PRS center เจอบ่อย ๆ ก็คือโรคสะบ้าเคลื่อน ซึ่งสุนัขพันธุ์เล็ก ๆ มักจะเป็นกันค่ะ

(ดูรายละเอียดคลินิกโรคกระดูกและข้อของสุนัขได้ที่นี่ค่ะ)

19. มอลทีส (Maltese)

Little White Dog Shaker Syndrome นี่มีอาการตามชื่อเลยค่ะ ซึ่งก็คือ อาการตัวสั่นที่เกิดกับสุนัขตัวเล็กสีขาว (แต่สุนัขสีอื่นก็เป็นได้เช่นกันนะคะ) เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนซีรีเบลลัมที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ข่าวดีก็คือ นอกจากจะรักษาได้แล้ว มันยังไม่ใช่โรคที่เจ็บปวดอะไร และสามารถหายไปเองได้ภายในไม่กี่สัปดาห์

20. คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)

แม้ว่าโรคลิ้นหัวใจรั่ว มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับสุนัขพันธุ์เล็กที่มีอายุมากแล้ว แต่สุนัขพันธุ์คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล สามารถเป็นโรคนี้ได้ตั้งแต่ยังเด็กเลย โรคนี้ทำให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าไปในขณะที่หัวใจกำลังสูบฉีด ทำให้หัวใจรับภาระมากขึ้น อาการที่สังเกตได้คือ ซึมเซา อ่อนเพลีย และมีอาการไอ


ถ้าน้องหมามีปัญหาด้านกายภาพ หรือมีอาการภูมิแพ้ (ส่วนใหญ่ทางผิวหนัง) ปรึกษาเราได้เสมอนะคะ

PRS Center ศูนย์กายภาพและผิวหนังสัตว์เลี้ยง
ศูนย์แก้ปัญหาสุนัข พิการ/กะเผลก

Same Dog Different Care

Powered by MakeWebEasy.com