เคสกายภาพบำบัดสุนัข #3 : บาติสต้า... อัมพาต + เอ็นไขว้เข่าขาด (ทั้งสองข้าง)

151 จำนวนผู้เข้าชม  |  News and Blog

เคสกายภาพบำบัดสุนัข #3 : บาติสต้า... อัมพาต + เอ็นไขว้เข่าขาด (ทั้งสองข้าง)

ลองนึกภาพตอนคุณกลับบ้านมาเจอน้องหมาพิตบูลนอนหงายไม่เป็นท่าอยู่หน้าบ้านดูสิคะ คุณจะตกใจขนาดไหนกัน และนี่คือประสบการณ์ที่เทรซี่ เฮสแมนได้เจอในเดือนกันยายนปี 2553

บาติสต้า เจ้าพิตบูลหนัก 43 ก.ก. เป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันในไขสันหลัง ซึ่งทำให้ร่างกายซีกซ้ายเป็นอัมพาตในทันที และยังไม่มีการผ่าตัดที่รักษาได้ในขณะนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาด้วยการใช้ยาผสมผสานกับการทำกายภาพบำบัดสุนัขเท่านั้น

รูปที่ 1 เจ้าบาติสต้ากำลังทำกายภาพบำบัดด้วยการใช้ไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อต้นแขน 

สำหรับเจ้าของสุนัขแล้ว การตัดสินใจรักษาน้องหมาต่อด้วยวิธีการต่อไปนี้นั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะว่ามีทั้งปัจจัยด้านการเงิน เวลา รวมถึงไลฟ์สไตล์ของเจ้าของเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เจ้าบาติสต้าผู้โชคดี เทรซี่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้มันกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนก็ตาม


รูปที่ 2 บาติสต้าใส่เสื้อชูชีพเพื่อให้เจ้าของสามารถช่วยรับน้ำหนักของมันในช่วงที่ฟื้นฟูร่างกายได้

ตอนไปพบแพทย์นั้น ขาซ้ายหน้าของบาติสต้านั้นไม่มีการตอบสนองใด ๆ เลย ในขณะที่ขายซ้ายด้านหลังมีการตอบสนองเพียงเล็กน้อย ส่วนร่างกายซีกขวาเป็นปกติ จากการตรวจเพิ่มเติมพบว่าบาติสต้ายังมีเอ็นไขว้เข่าขาดด้วย

คุณหมอแนะนำว่า บาติสต้าต้องได้รับการช่วยเหลือที่บ้านในขณะที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูนี้ด้วย นั่นหมายถึงการมีที่นอนนุ่ม ๆ การมีเสื้อและเชือกช่วยพยุงตัว และรองเท้าบูทช่วยป้องกันบาดแผลในขณะที่ลากเท้า และบาติสต้าจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดสัปดาห์ละ 3 ครั้งจนกว่าจะเดินได้ (เพราะตอนนี้บาติสต้าทำอะไรเองไม่ได้เลย ไม่ว่าจะนั่ง ยืน หรือเดิน)

รูปที่ 3 ในช่วงแรก ๆ นั้นบาติสต้าต้องมีคนช่วยประคองเวลาทำกายภาพบำบัดด้วยการเดินในลู่วิ่งสายพานใต้น้ำ

รูปที่ 4 แต่ไม่นานนัก บาติสต้าก็สามารถยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีคนช่วย

รูปที่ 5 หนึ่งเดือนหลังการบำบัด บาติสต้ายังต้องใส่เสื้อชูชีพ แต่ไม่ต้องมีคนช่วยในขณะที่เดินบนลู่วิ่งสายพานใต้น้ำแล้ว

รูปที่ 6 ภายในเดือนที่ 3 ของกายภาพบำบัดสุนัข บาติสต้าไม่ต้องใส่เสื้อชูชีพอีกแล้ว

ในช่วงแรกนั้น บาติสต้าจำเป็นต้องรับการบำบัดด้วยการใช้ไฟฟ้ากระตุ้น (รวมถึงการใช้เลเซอร์บำบัด) รวมถึงการเดินบนสายพานใต้น้ำ โดยทุกสัปดาห์ ๆ ละ 3 ครั้ง เทรซี่จะเข้ามาช่วยบาติสต้าเดินในสายพานใต้น้ำเสมอ  ซึ่งบาติสต้ามีพัฒนาการทีละเล็กละน้อย เริ่มจากการขยับร่างกายซีกซ้ายได้บ้าง

รูปที่ 7 บาติสต้ารับการทำกายภาพบำบัดด้วยเลเซอร์ที่บริเวณเข่า

หลังจาก 3 เดือนแรกผ่านไป บาติสต้าจึงเริ่มลดความถี่ของการทำกายภาพบำบัดจาก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็น 1 ครั้งต่อสัปดาห์ จากนั้นอาการก็เริ่มทรงตัวและไม่พัฒนาขึ้นอีก

แม้ว่าจะไม่สามารถกลับไปเป็นปกติได้อีก แต่อย่างน้อยบาติสต้าก็เดินได้แล้ว มันสามารถใช้ขาทั้งสี่ข้างเดินไปมารอบบ้านได้โดยไม่ต้องมีใครช่วย ยกเว้นก็แต่ตอนขึ้นลงบันได ซึ่งจัดว่าเป็นพัฒนาการที่เยี่ยมยอดมากแล้ว ปัจจุบันบาติสต้ายังต้องมาพบแพทย์เป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อที่จะมารับการบำบัดด้วยไฟฟ้า เลเซอร์ และออกกำลังกายด้วยการเดินสายพานใต้น้ำ เนื่องด้วยอาการลิ่มเลือดอุดตันที่ไขสันหลังทำให้ต้องคอยระวังและตรวจดูอาการอย่างสม่ำเสมอ

เคสของบาติสต้านี้จัดเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ พยาบาล สต๊าฟ และทางเจ้าของสุนัขเอง รวมถึงความพยายามอย่างสม่ำเสมอจนทำให้อาการของสุนัขดีขึ้นจนถึงระดับช่วยตัวเองได้จริง

อ่านแล้วรู้สึกซึ้งใจในความรักของเจ้าของน้องหมาไหมคะ เจ้าบาติสต้าต้องมีความสุขมาก ๆ แน่เลย :-)

 

ขอบคุณเว็บไซต์ dvm360.com ที่สำหรับเรื่องราวดี ๆ น่าประทับใจอันนี้ค่ะ

และถ้าใครมีน้องหมาที่มีปัญหาในการเดิน มีปัญหาที่เข่า สะโพก หรือขา ก็สามารถติดต่อสอบถามเรื่องการทำกายภาพบำบัดสุนัขกับเราได้เสมอนะคะ


Powered by MakeWebEasy.com