การทำกายภาพบำบัดสุนัข ด้วยการว่ายน้ำหรือการเดินสายพานใต้น้ำ (ธาราบำบัด)

254 จำนวนผู้เข้าชม  |  News and Blog

การทำกายภาพบำบัดสุนัข ด้วยการว่ายน้ำหรือการเดินสายพานใต้น้ำ (ธาราบำบัด)

การทำกายภาพบำบัดสุนัขโดยใช้น้ำ หรือธาราบำบัด (Hydrotherapy) เป็นการใช้คุณสมบัติของน้ำมาช่วยสุนัขที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว ให้สามารถเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น

โดยคุณสมบัติน้ำที่มีผลต่อการกายภาพบำบัด ได้แก่

1. แรงลอยตัว (Buoyancy) สามารถช่วยพยุงน้ำหนักตัว ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อต่อ และช่วยลดความเจ็บปวดจากการเคลื่อนไหว

2. ความหนืด (viscosity) ช่วยประคองตัวไม่ให้ล้มง่าย และช่วยฝึกการทรงตัว

3. แรงต้านทาน (Resistance) ช่วยให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงมากขึ้น ส่งเสริมให้กล้ามเนื้อแข็งแรง

4. แรงดัน (Hydrostatic pressure) ช่วยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อได้


ไม่เพียงแต่การกายภาพด้วยน้ำ หรือธาราบำบัด จะเหมาะสมกับสุนัขที่มีปัญหาหรือได้รับการผ่าตัดกระดูกและข้อ หรือระบบประสาทแล้ว สุนัขปกติก็สามารถใช้ธาราบำบัดเป็นทางเลือกที่ดีในการออกกำลังกายด้วย เพราะนอกจากทำให้สุนัขมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยัง ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ลดแรงกระแทกที่ส่งผลต่อโครงสร้างร่างกายได้ดีกว่าการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น

โดยสุนัขที่ทำธาราบำบัดต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ผ่านการฉีดวัคซีนตามโปรแกรมครบถ้วน ไม่มีแผล โรคผิวหนังและพยาธิภายนอก เช่น เห็บ หมัด เหา ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่อยู่ระหว่างการเป็นสัดหรือตั้งท้อง และที่สำคัญต้องได้รับการตรวจร่างกายจากสัตวแพทย์ก่อนว่าสามารถทำธาราบำบัดได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวสุนัขเอง

 

ธาราบำบัดที่นิยมในสุนัขได้แก่ การว่ายน้ำ และการเดินสายพานใต้น้ำหรือลู่วิ่งในน้ำ

การว่ายน้ำเพื่อการกายภาพบำบัดจะให้สุนัขว่ายเป็นเซต เซตละ 3-5 นาที แล้วพัก รวมประมาน 3-5 เซตแล้วแต่ความแข็งแรงของสุนัข ซึ่งส่วนมากมักใช้เวลา 30 นาที (ถ้าอยากพาน้องหมาไปว่ายน้ำ ควรอ่านบทความนี้ก่อนนะคะ "สระว่ายน้ำสุนัข: 3+1 สิ่งที่ควรรู้ก่อนพาน้องหมาไปว่ายน้ำ")

ส่วนการเดินสายพายใต้น้ำ การกำหนดความเร็วและเวลาที่ใช้จะขึ้นกับการประเมินจากสัตวแพทย์ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที

การกายภาพทั้งสองวิธีมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องรูปแบบของการเคลื่อนที่ของสุนัข โดยขณะสุนัขว่ายน้ำจะมีการยืดบริเวณข้อเข่าน้อยกว่าขณะเดิน หรือสุนัขบางตัวก็ไม่ใช้ขาหลังในการว่ายน้ำ ดังนั้นการเดินสายพานใต้น้ำจะตอบโจทย์มากกว่าโดยเฉพาะกับสุนัขที่มีปัญหาระบบประสาทแล้วต้องการฝึกท่าทางการเดิน

โดยขณะทำกิจกรรมควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญหรือมีสัตวแพทย์คอยให้คำแนะนำด้วยนะคะ

ประโยชน์ของธาราบำบัด

  • ช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อต่อและกล้ามเนื้อ ทำให้ลดความเจ็บปวดขณะเคลื่อนไหว
  • ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ
  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ


ข้อควรระวังของธาราบำบัด

  • ไม่ควรทำในสุนัขที่มีภาวะตื่นกลัวน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อตัวสุนัขได้
  • สุนัขที่มีปัญหาโรคหัวใจ หรือการหายใจควรหลีกเลี่ยง หากมีความจำเป็นควรทำระยะสั้นๆแล้วพัก และควรมีสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

............................................................................

บทความโดย สพ.ญ. อภิลักษณ์ มหัธนันท์

สัตวแพทย์ประจำศูนย์กายภาพและผิวหนังสัตว์เลี้ยง

Powered by MakeWebEasy.com