Alopecia X หรือ Black skin

340 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

Alopecia X หรือ Black skin

“Alopecia X”


            โรคประหลาดที่ทำให้สุนัขขนร่วงบริเวณลำตัว กลางหลัง หาง สะโพก ขา โดยขนของสุนัขจะร่วงหลุดไปอย่างช้าๆ คงเหลือไว้แต่ขนบริเวณหัวและปลายขา และพบว่าผิวหนังบริเวณที่ขนร่วงนั้นกลายเป็นสีดำเข้มขึ้น เนื่องจากเกิดการสะสมของเม็ดสีของผิวหนัง ด้วยลักษณะดังกล่าว บางครั้งเราจึงเรียกโรคนี้ว่า “โรคผิวหนังดำ” หรือ “โรค Black skin”

             โรคนี้มักพบมากในสุนัขพันธุ์ที่ขนฟู เช่น Pomeranians, Chow Chows, Siberian Huskies, Keeshonds, Samoyeds, Alaskan Malamutes และ Miniature Poodles ซึ่งพันธุ์ที่พบเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากประเทศไทยนิยมเลี้ยงกันมากแถมยังเป็นพันธุ์ที่รักสวยรักงามอีกด้วย นั่นก็คือ พันธุ์ปอมเมอเรเนี่ยน โดยที่มักพบในตัวผู้มากกว่าตัวเมีย และเริ่มแสดงอาการที่อายุ 1-3 ปีค่ะ

 

            ปัจจุบันสาเหตุของการเกิดโรคผิวหนังดำนี้ยังไม่แน่ชัด มีทฤษฎีมากมายว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับ Growth Hormone ที่ผิดปกติ หรือ อาจเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศ  หรือ แม้แต่จากความผิดปกติที่ตัวรูขุมขนก็เป็นได้ โดยสรุปแล้วคือ ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกใดเลยที่จะสามารถระบุสาเหตุของโรคประหลาดนี้ได้ แต่ที่รู้อย่างแน่นอนก็คือ โรคนี้ส่งต่อได้ผ่านทางพันธุกรรม ดังนั้นการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จึงสำคัญมากๆ และหากน้องหมาของเราเป็นโรคผิวหนังดำแล้วหล่ะก็ ไม่ควรจะให้น้องมีลูก เนื่องจากมีโอกาสสูงมากที่ลูกก็จะเป็นด้วยค่ะ

การวินิจฉัยโรค

            เนื่องจากไม่มีการวินิจฉัยใดที่สามารถบอกได้ชัด (เอาอีกแล้ว....) ดังนั้นการที่จะบอกว่าน้องหมาเป็นโรคนี้ ต้องทำการคัดแยกโรคที่ไม่ใช่ออกก่อน โดยอาศัยการซักประวัติ การตรวจร่างกายทั่วไป การตรวจรากขน ตรวจการติดเชื้อที่ผิวหนังอื่น โรคภูมิแพ้ รวมถึงการตรวจเลือด และตรวจฮอร์โมนด้วย เนื่องจากภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือ ภาวะที่มีฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินไปก็สามารถทำให้น้องหมาแสดงอาการขนร่วงแบบนี้ได้เช่นกันค่ะ



 

 การรักษา

            แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของการรักษาโรคนี้ คือการพยายามทำให้ขนเกิดขึ้นใหม่และสวยงามแข็งแรง แต่ก็ยังไม่มีวิธีใดเลยที่ให้ผลการรักษาได้ 100 % ปัจจุบันมีการศึกษาทดลองการรักษาดังนี้.....


 การทำหมัน พบว่าสุนัข 75% มีการตอบสนองที่ดีเมื่อทำหมันไปแล้ว 2-3 เดือน ขนเริ่มกลับมาขึ้นใหม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี ก็มีสุนัขจำนวนหนึ่งที่ขนเริ่มกลับมาร่วงใหม่อีกครั้ง แต่การทำหมัน ถือว่าเป็นวิธีที่หมอแนะนำมากที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้ขนมีโอกาสกลับมาขึ้นใหม่แล้ว ยังสามารถป้องกันโรคทางระบบสืบพันธุ์อื่นๆ เช่น มะเร็งอัณฑะ หรือ มดลูกอักเสบได้ด้วย และอย่าลืมนะคะว่าโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรม ดังนั้นการทำหมัน ก็จะเป็นการป้องกันการส่งต่อโรคต่อไปเรื่อยๆด้วยค่ะ

 
  การให้ยา Melatonin ยาตัวนี้มีผลข้างเคียงน้อยมาก อาจจะทำให้ง่วงเท่านั้น จึงแนะนำให้ป้อนก่อนนอน โดยให้ผลการรักษาภายใน 3-4 เดือน เมื่อขนขึ้นแล้วสามารถหยุดยาได้ และถ้าหากขนกลับมาร่วงอีกก็สามารถกลับมาใช้ยาได้ใหม่อีกครั้ง

 
 การให้ยา Trilostane  สุนัข 85% มีการตอบสนองต่อยาภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่ยาตัวนี้มีผลยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอล เมื่อใช้มากเกินไปมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดฮอร์โมนคอร์ติซอลได้ นอกจากนี้เจ้าของจะต้องคอยสังเกตอาการซึม อาเจียน ท้องเสียจากผลข้างเคียงของยา โดยยานี้ห้ามใช้ในสุนัขตั้งท้อง สุนัขที่เป็นโรคตับหรือโรคไตเด็ดขาด จากผลข้างเคียงของยาที่ค่อนข้างมาก ในบางครั้งหมออาจจะไม่ได้แนะนำให้ทาน เนื่องจากโรคผิวหนังดำเป็นโรคที่เกี่ยวกับความสวยงามเท่านั้น จริงๆแล้วไม่ได้มีผลต่อการดำเนินชีวิตของเค้าเลย....แค่ใส่เสื้อ ก็กลับมาสวยหล่อเหมือนเดิมแล้ว



นอกจาก 3 วิธีหลักข้างต้น ยังมีการรักษาทางเลือกแบบอื่นอีกมากมาย เช่น การให้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน การทำ Derma Roller ร่วมกับการใช้ยาทากระตุ้นการงอกของขน การทำเลเซอร์ การฝังเข็ม หรือแม้กระทั่งการฝังฮอร์โมน ซึ่งการตอบสนองของน้องหมาแต่ละตัวก็จะแตกต่างกัน แนะนำให้ร่วมกันหาแนวทางการรักษากับสัตวแพทย์ เพื่อผลการรักษาที่ดีและปลอดภัยกับสุนัขมากที่สุดนะคะ





..............................................................................................

บทความโดย

สพ.ญ. พรปวีณ์ ธนรัตน์สุทธิกุล


 

 

 

เอกสารอ้างอิง

Frank LA, Hnilica KA, Rohrbach BW et al. (2003) Retrospective evaluation of sex hormone and steroid hormone intermediates in dogs with alopecia. Vet Dermatol 14:91–97.

Paradis M (2004) Miscellaneous hormoneresponsive alopecias. In Small Animal Dermatology Secrets (ed KL Campbell). Hanley & Belfus, Philadelphia, pp. 288–296.

Cerundolo R, Lloyd DH, Persechino A et al. (2004) Treatment of canine alopecia X with trilostane. Vet Dermatol 15:285–293.

Tim Nuttall, Richard G. Harvey and Patrick J. McKeever (2009) Alpecia X. In skin disease of dog and cat (ed.  Peter Beynon), UK., pp. 250-254.

Powered by MakeWebEasy.com